วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ธรรมสำหรับระงับ อธิกรณ์ ๗ประการ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นภิกษุ เพราะทำลาย
ธรรม ๗ประการธรรม ๗ประการเป็นไฉน คือ
 สักกายทิฏฐิ ๑ 
 วิจิกิจฉา ๑ 
 สีลัพพตปรามาส ๑ 
 ราคะ ๑ 
 โทสะ ๑ 
 โมหะ ๑
 มานะ ๑ 
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นภิกษุเพราะทำลายธรรม ๗ประการนี้แล
 [๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นสมณะ เพราะสงบธรรม ๗ประการ ชื่อว่าเป็น พราหมณ์ เพราะลอยธรรม ๗ประการ ชื่อว่าเป็นโสตถิกะ (สวัสดี)
http://etipitaka.com/read?keywords=%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A9+%E0%B9%97+%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%81&language=thai&number=113&volume=23

วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทรัพย์7ประการมีทรัพย์มากในโลก อันอะไรๆ พึงผจญ   ไม่ได้

ทรัพย์ ๗ประการนี้แล 
ไม่ทั่วไปแก่ไฟ น้ำ พระราชา โจร ทายาทผู้ไม่เป็น ที่รัก ๗ ประการเป็นไฉน คือ  ทรัพย์คือ 
ศรัทธา ๑ 
ศีล ๑ 
หิริ ๑
โอตตัปปะ ๑ 
สุตะ ๑ 
จาคะ ๑
ปัญญา ๑ 

 ทรัพย์ ๗ ประการนี้แล ไม่ทั่วไปแก่ ไฟ น้ำ พระราชา โจร ทายาทผู้ไม่เป็นที่รัก ฯ ทรัพย์ คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ สุตะ จาคะ และปัญญาเป็นที่ ๗ ทรัพย์เหล่านี้มีแก่ผู้ใด เป็นหญิงหรือ ชายก็ตาม เป็นผู้มีทรัพย์มากในโลก อันอะไรๆ พึงผจญ ไม่ได้ในเทวดาและมนุษย์ เพราะฉะนั้น ท่านผู้มีปัญญา เมื่อ ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พึงประกอบศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และการเห็นธรรม ฯ จบสูตรที่ ๗ เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ บรรทัดที่ ๑๓๖ - ๑๕๗. หน้าที่ ๖ - ๗.http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=23&A=136&Z=157&pagebreak=0              ศึกษาอรรถกถานี้ ได้ที่ :- http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=23&i=7              สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ http://www.84000.org/tipitaka/read/?สารบัญพระไตรปิฎกเล่มที่_๒๓ http://www.84000.org/tipitaka/read/?index_23

วิญญาณฐิติ 7

วิญญาณฐิติ 7 
(ภูมิเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ — abodes or supports of consciousness)
1. สัตว์บางพวก มีกายต่างกัน มีสัญญาต่างกัน 
เช่น พวกมนุษย์ เทพบางเหล่า วินิปาติกะ (เปรต) บางเหล่า (beings different in body and in perception)
2. สัตว์บางพวก มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน 
เช่น เหล่าเทพจำพวกพรหม ผู้เกิดในภูมิปฐมฌาน
 (beings different in body, but equal in perception)
3. สัตว์บางพวก มีกายอย่างเดียวกัน แต่มีสัญญาต่างกัน 
เช่น พวกเทพอาภัสสระ (beings equal in body, but different in perception)
4. สัตว์บางพวก มีกายอย่างเดียวกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เช่น พวกเทพสุภกิณหะ
 (beings equal in body and in perception)
5. สัตว์บางพวก ผู้เข้าถึงชั้นอากาสานัญจายตนะ*
(beings reborn in the sphere of Boundless Space)
6. สัตว์บางพวก ผู้เข้าถึงชั้นวิญญาณัญจายตนะ *
(beings reborn in the sphere of Boundless Consciousness)
7. สัตว์บางพวก ผู้เข้าถึงชั้นอากิญจัญญายตนะ 
(beings reborn in the sphere of Nothingness)


*อากาสานัญจายตนะ - กำหนดช่องว่างหาที่สุดไม่ได้ (ซึ่งเกิดจากการเพิกกสิณออกไป) เป็นอารมณ์
*วิญญาณัญจายตนะ - กำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้ (คือเลิกกำหนดที่ว่าง เลยไปกำหนดวิญญาณแผ่ไปสู่ที่ว่างแทน) เป็นอารมณ์
อากิญจัญญายตนะ
-


(เลิกกำหนดวิญญาณเป็นอารมณ์ เลยไป) กำหนดภาวะไม่มีอะไรเลยเป็นอารมณ์
เนวสัญญานาสัญญายตนะ -
(เลิกกำหนดแม้แต่ภาวะที่ไม่มีอะไรเลย) เข้าสู่ภาวะมีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่
http://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=284

ธรรม ๗ ประการ ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจ


ธรรม ๗ ประการ ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจ ไม่เป็นที่เคารพ และไม่ เป็นที่สรรเสริญของเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย
 ธรรม ๗ ประการเป็นไฉน 
ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
 เป็นผู้มุ่งลาภ ๑ 
 เป็นผู้มุ่งสักการะ ๑ 
 เป็นผู้มุ่งความมีชื่อเสียง ๑
 เป็นผู้ไม่มีหิริ ๑ 
 เป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ๑
 มีความปรารถนาลามก ๑ 
มีความเห็นผิด ๑ 
 ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๗ ประการนี้แล 
ย่อมไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่ชอบใจ 
ไม่เป็นที่เคารพ และไม่เป็นที่ สรรเสริญของเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ฯ http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=23&A=0&Z=26&pagebreak=0

วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อสงไขย 7

อสงไขย มี 7 อสงไขย คือ
  1. นันทอสงไขย
  2. สุนันทอสงไขย
  3. ปฐวีอสงไขย
  4. มัณฑอสงไขย
  5. ธรณีอสงไขย
  6. สาครอสงไขย
  7. บุณฑริกอสงไขย

อสงไขย (สันสกฤต: असंख्येय อส̊ขฺเยย) หมายถึง นับไม่ถ้วน, ไม่ง่ายที่จะนับ, หรือเป็นตัวบอกปริมาณ (เป็นคำอุปสรรค, prefix) สำหรับจำนวน 10140 (เลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 ต่อท้ายทั้งหมด 140 ตัว)
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให้นิยามว่า หนึ่งอสงไขยเท่ากับหนึ่งโกฏิยกกำลัง 20 หมายถึง (107) 20 ซึ่งก็เท่ากับ 10140 เช่นกัน
  1. ^ http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=256
  2. พระคัมภรีอนาคตวงศ์, ประภาส สุระเสน, มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, พ.ศ. 2540, โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย, ISBN 974-580-742-7
  3. บทความของคุณวิชา http://geocities.com/ss12345_th/poti/ (ปัจจุบัน link ใช้ไม่ได้)

ธรรมธาตุ 7


หมายถึง ระบบการทำงานของนามธาตุ คือ

เวทนา

สัญญา

สังขาร

วิญญาณ

มโน

จิต

ภวังค์


จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี อ่านเพิ่ม>>

สัปปายะ 7

สัปปายะ 7 (สิ่งที่เหมาะกัน สิ่งที่เกื้อกูล ช่วยสนับสนุนในการบำเพ็ญภาวนาให้ได้ผลดี ช่วยให้สมาธิตั้งมั่น ไม่เสื่อมถอย — suitable things; things favorable to mental development)
1. อาวาสสัปปายะ
(ที่อยู่ซึ่งเหมาะกัน เช่น ไม่พลุกพล่านจอแจ — suitable abode)
2. โคจรสัปปายะ
(ที่หาอาหาร ที่เที่ยวบิณฑบาตที่เหมาะดี เช่น มีหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีอาหารบริบูรณ์อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเกินไป — suitable resort)
3. ภัสสสัปปายะ
(การพูดคุยที่เหมาะกัน เช่น พูดคุยเล่าขานกันแต่ในกถาวัตถุ 10 และพูดแต่พอประมาณ — suitable speech)
4. ปุคคลสัปปายะ
(บุคคลที่ถูกกันเหมาะกัน เช่น มีท่านผู้ทรงคุณธรรม ทรงภูมิปัญญาเป็นที่ปรึกษาเหมาะใจ — suitable person)
5. โภชนสัปปายะ
(อาหารที่เหมาะกัน เช่น ถูกกับร่างกาย เกื้อกูลต่อสุขภาพ ฉันไม่ยาก — suitable food)
6. อุตุสัปปายะ
(ดินฟ้าอากาศธรรมชาติแวดล้อมที่เหมาะกัน เช่น ไม่หนาวเกินไป ไม่ร้อนเกินไป เป็นต้น — suitable climate)
7. อิริยาปถสัปปายะ
(อิริยาบถที่เหมาะกัน เช่น บางคนถูกกับจงกรม บางคนถูกกับนั่ง ตลอดจนมีการเคลื่อนไหวที่พอดี — suitable posture)
http://84000.org/tipitaka/dic/d_item.php?i=286


Vism.127;
Vin.A.II.429;
MA.II.911
วิสุทฺธิ. 1/161;
วินย.อ. 1/524;
ม.อ. 3/570